Thursday, May 12, 2016

จัดระเบียบชีวิตในยุคดิจิตอล คุณจัดนอกจอหรือในจอมากกว่ากัน?

ช่วงงานไม่ชุกปีนี้ ทำให้มีเวลาทำหลายอย่าง โดยเฉพาะการจัดการกับชีวิตในรายละเอียดที่กองๆ อยู่ รวมถึงการอัพเกรด PC desktop และจัดการให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น เช่น Back up ทั้งระบบเป็นระยะๆ



แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นที่ได้ค้นพบก็คือ คนเราต้องจัดการกับระเบียบในชีวิตหลายอย่าง (organized life)

1. จัดการระเบียบภายนอกรอบๆ ตัว เช่น โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า ห้องนอน รอบบ้าน ฯลฯ

2. จัดระเบียบเอกสารกระดาษ

3. จัดระเบียบข้อมูลออนไลน์ ยุคนี้ งานส่วนที่ 3 นี่เพิ่มมาเยอะ และเป็นตัวที่มีผลต่อคุณภาพการทำงานเลย เพราะมันครอบคลุมหลายเรื่องด้วยกัน

- การจัดระเบียบไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เอกสารงานไปยันรูป
- Social media Ex. Facebook, Twitter, etc.
- Bookmark บน Web browser อาจรวมถึง Session ที่เปิดทิ้งไว้ บางคนเลยติดนิสัย เปิด Browser ทิ้งไว้หลายหน้า หลาย Tab เพราะงานยังค้าง แล้วก็เกลียดการอัพเดท Windows เพราะต้องปิดหน้าพวกนั้น โชคดีที่มี Session manager มาช่วย แต่ก็ยังแอบงงว่า อันไหนที่เรายังอ่านค้างอยู่บ้าง

เอาละ ด้วยความยุ่งเหยิงของการ organized ชีวิตที่เยอะซะขนาดนี้ เป็นเรื่องปกติ ที่คนเราย่อมมีการเลอะเลือน หลงลืม และมั่วซั่ว ในขณะที่ยุค digital ทำให้เราสามารถบริหารจัดการชีวิตได้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เรายุ่งเหยิงวุ่นวายกับการบริหารจัดการงานที่งอกขึ้นมา เพราะพวกมันด้วยเช่นกัน (เช่นจัดการกับ Social media นั่นแหละครับ)


อยากให้คนทำงานของคุณบริหารจัดการชีวิตได้ด้วยเครื่องมือ และเทคนิคต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เชิญเรียก อ. หนึ่ง #วิทยากรนักคิด ไปอบรมให้พวกเขาได้ครับ อิๆ จบด้วยโฆษณาเล็กน้อย ฮ่า

Friday, May 6, 2016

ที่ออสเตรเลีย แบงค์โอนเงินผิดเข้าบัญชี เอาไปใช้เจอคุกนะครับ


อ่านผ่านๆ ก็เหลือเฟือที่จะนั่งสะท้อนใจนะ คือสาวมาเลเซีย ชีไปเรียนสาขาวิศวกรรมเคมีที่ออสเตรเลีย แล้วดันได้เงินเข้าบัญชีพลาด 3.3 ล้านดอลลาร์ USD (4 ล้านกว่าดอลออสฯ) ว่าแล้วชีก็เอาไปช้อปเพลิดเพลินหน้าตาเฉย ผลคือเจอแบงค์ฟ้อง ติดคุกสิครับ บางทีคนเราก็คิดอะไรสั้นๆ แปลกๆ ขึ้นมาได้เหมือนกัน

นี่คือที่มาของคำว่า Integrity ความซื่อสัตย์ ความมั่นคงในคุณธรรม สิ่งที่เราพูดเราทำต้องถูกต้องตามทำนองครองธรรม รักษาคำพูด รักษาหลักการ แต่จริงๆ เคสของเธอคนนี้คงไปไกลกว่า Integrity แล้ว เพราะมันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ก็ได้แฮปปี้กับการช้อปปิ้งช่วงสั้นๆ เท่านั้น จากนั้นก็หมดความสุขแล้ว เวรกรรมแท้ๆ ครับ ท่านผู้ชม

ปล. เรื่องนี้อาจหักมุม เมื่อฝ่ายกฎหมายดันบอกว่า เธอไม่ได้เอาเงินแบงค์ไปนะ แบงค์ให้เงินเธอเอง เธอไม่ผิด เอิ่ม นี่ละครับ กฎหมายงอได้ด้วยเงิน แล้วจริงๆ แม่สาว Lee คนนี้ก็ฉลาด พอได้เงิน เธอก็ขอ Passport ฉุกเฉินกะหนีกลับมาเลเซียซะดื้อๆ แต่ฝ่ายกฎหมายที่ช่วยเธอบอกว่า มันเป็นเพราะเธอทำ Passport หาย เลยขอ Passport ฉุกเฉินเอาไว้ตะหากละ คนที่่ประกันเธอออกมาก็เป็นแฟนหนุ่มชาวมะกันของเธอนั่นละ ยินดีด้วยที่เจอคดีนี้ในประเทศที่เงินเป็นใหญ่นะจ๊ะ

โลกยุคที่ศีลธรรมตกต่ำนี่ ทำให้หลายคนปวดหัว และแทบทนตามข่าวไม่ได้ เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่เราเจอข่าวโกงตั้งแต่ระดับนักการเมือง ไปถึงระดับคดีอาชญากรรมบ้านๆ ที่เขาเคยบอกว่าเมื่อศีลธรรมต่ำทรามทั่วถึงแล้ว ก็จะเกิดการล้างโลกครั้งใหม่ ถ้าเกิดช่วงนี้ผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่แล้วละนะ

#AJ1 #วิทยากรนักคิด

https://asiancorrespondent.com/2016/05/arrested-christine-jiaxin-lee/?utm_source=twitterfeed&utm_medium=twitter

Friday, March 25, 2016

เมื่อขวดบทความใบน้อย ลอยคว้างกลางมหาสมุทรข้อมูล

ไปไม่เป็นเลย หลังจากว่างเข้ามาดูสื่อออนไลน์ที่ผมมี มันมีเยอะมาก และถูกทิ้งร้างไว้ก็เยอะเช่นกัน

ปัจจุบันผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ Facebook  ทั้ง Facebook ส่วนตัว และ Facebook อ. หนึ่ง www.facebook.com/arjarn1 กับ Twitter ครับ (www.twitter.com/bkk001)

ทีจริงสื่อออนไลน์ฟรีเรียกว่าเยอะมากๆ เลย แล้วปัญหาก็คือถามว่าการเข้าถึงเนี่ย จะเอาอะไรมาวัดได้ว่าจะมีคนเจอ คือถ้าคุณทำเต็มสูบจริงๆ มันก็พอๆ กับตั้งช่องทีวีขึ้นมาแล้วอยากให้คนรู้จัก ต้องมีทั้้งป้าย Offline ทั้งซื้อ Ads เพื่อจะโฆษณาสื่อตัวเองอีกที เอ้า แล้วถ้ามีหลายตัวทำไง ก็ต้องทำหมดนะสิครับ

แต่พูดตรงๆ นะ ที่วันนี้โผ่ล่เข้ามาใน Blog Extreme coach ได้อีก ก็เพราะเช็คแล้วพบว่า ก็ยังมีคนเข้ามาอ่านอีกไง ในทุกสื่อที่เราออนไลน์ทิ้งเอาไว้เลย ไม่ใช่ว่าคนเลิกเข้า Blogger, Wordpress หรือ Google plus เอาละ ดังนั้นถ้าคุณเป็นแนวๆ นักโฆษณาเร่ออนไลน์แบบผม ก็ลองใช้มันไปรวมๆ ดูครับ ส่วนใครมีเงินถุงเงินถัง ก็สร้างคฤหาสน์ไปเลยครับ ทำเว็บ หรือทำเพจ FB แห่งเดียวแล้วก็จัดหนักๆ ไปเลย ก็ว่ากันไปครับพี่น้อง

ปล. ผมมีครบทุกสื่อที่ว่ามาเลยละ แล้วในอดีตนี่ขยันมาก Blogger มีหลายหัวข้อด้วยนะ เยอะมาก ไอที การตลาดการขาย บริหาร โค้ช ทำไปได้

สู้เขาครับ ยังไงก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย หลักคิดง่ายๆ ของ อ. หนึ่ง วิทยากรนักคิด ที่ผ่านศึกชีวิตมาทั้งงานบริหาร งานเขียน งานแปล งานบรรยาย อย่างโชกโชน โหดเหี้ยม อำมะหิต (หมายถีงโดนเขายำเอาน่ะนะ) ก็คิดว่ายังไงก็ต้องสู้ต่อไปครับ หวังแต่ว่าคุณก็คงเช่นกันนะครับ

อ. หนึ่ง กมลภัทร วิทยากรนักคิด
081-640-9307
kamonpat.bk@gmail.com

Thursday, January 24, 2013

กิจการของเราจะต้องปรับตัวอย่างไรบ้างใน AEC

ก้าวเข้าสู่เวลาอีก 3 ปีสู่ AEC




ในช่วงเวลานี้ผมว่าหลายคนเริ่มที่จะเกร็งมากขึ้น สำหรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC และแม้จะยังไม่เปิด AEC ดี แต่การที่ตลาดเกิดใหม่อย่างตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) เปิดเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะพม่าที่มีทรัพยากรเหลือเยอะมาก และเดินหน้าเต็มสูบที่จะรับการลงทุน 100% จากชาตินักลงทุนทั้งหลาย

การเกิดขึ้นของโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ทำให้หลายคนที่เฉยๆ กับประเด็นตลาดประเทศเพื่อนบ้านที่จะส่งผลกระทบต่อไทยเราเริ่มหันมาให้ความสนใจบ้างแล้ว 

ความเป็นจริงที่เราต้องรู้

เรียนตรงๆ ว่า ชายแดนไทยเราไม่ได้ปิดจริงครับ การรั่วไหลของแรงงาน หรือข้อยกเว้น จุดโหว่ในกฎหมายแรงงานต่างด้าวนั้นก็มีมากมาย การปรับปรุงกฎหมายก็เป็นไปอย่างรวดเร็วมากๆ ที่เราเคยเข้าใจว่ามีกฎหมายแรงงานต่างด้าว หรือมีอาชีพสงวนสำหรับคนไทยก็ได้ยกเลิกกันไปเรียบร้อยแล้ว

แรงงานต่่างด้าวมีนิยามหลายมาตรา การแก้ไขหลังสุดแรงงานต่างด้าวที่เป็นชาวเขามีอาชีพยกเว้นที่สามารถทำได้ 13-14 รายการด้วยกัน 


แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่าความจริงที่ว่า จริงๆ แล้วในย่านเมืองท่องเที่ยว ตามกฎหมายอย่าว่าแต่เจ้าของเลยครับ การเป็นพนักงานขายหน้าร้านนั้นที่จริงแรงงานต่างด้าวไมได้รับอนุญาตให้ทำได้ แต่ปัจจุบันพวกเขาตั้งร้านค้าแข่งกับคนไทยเรียบร้อย

ถ้ายังไม่น่าตกใจ แถบระนองเมืองของแรงงานต่างด้าว ตอนนี้มีกิจการของแรงงานต่างด้าวเปิดกันเกลื่อนเลย อ้าว ไม่ตกใจอีก งั้นลองไปแถวคลองหลอด สนามหลวง พ่อค้าเร่ต่างด้าวเพียบครับ

แรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนมีน้อยมาก
และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ที่จริงแล้วคำว่าแรงงานต่างด้าวในสายแรงงานจริงๆ นั้น เราพยายามผ่อนผันให้มีการไปขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมายกันมานาน แต่เนื่องจากค่าใบอนุญาตนั้นก็แพงเหลือเกิน ค่าปรับจริงทั้งกรณีไม่มีใบอนุญาต หรือมีแต่ไม่มีไปเปลี่ยนนายจ้างก็แพง ดังนั้นผู้ประกอบการก็เลยอาศัยวิธีใต้โต๊ะในการจ้าง และจ่ายค่าปรับแรงงานต่างด้าว

แล้วยังไงต่อ? 
สิ่่งสำคัญก็คือ เขาบุกเราแน่ ต่างด้าวที่ว่ามาตะกี้คือพม่าครับ แล้วไหนจะมีชาติอื่นๆ อีก แม้แต่จีนที่จริงๆ ไม่อยู่ใน AEC เขาก็จะสวมเสื้อเวียดนามเข้ามา แล้วเราจะทำยังไงได้บ้าง? มองหาลู่ทางที่จะบุกเขาบ้างดีไหมครับ ไม่ก็ดูซิว่าจะจ้างพวกเขามาทำอะไรได้บ้าง อ่อ นี่หมายถึงคนที่มีกำลังจะจ้างนะครับ ธุรกิจไหนจะถูกกระทบ และกระทบอย่างไรบ้าง ตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? คำถามมากมายทีเดียว

หากท่านต้องการวิทยากรบรรยายกึ่งปรึกษาในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับ AEC เพื่อเตรียมความพร้อม ติดต่อ

อ. กมลภัทร บุญค้ำ / อ. หนึ่ง
โทร 081-640-9307
อีเมล์ kamonpat.bk@gmail.com
http://twitter.com/bkk001

Thursday, June 14, 2012

ถ้าต้องการวิทยากร ที่ปรึกษา ที่เน้นการปฏิบัติ ชี้ให้เห็็นภาพรวม และตอบสนองต่อ SME ติดต่อผมเลยครับ


อาจารย์ กมลภัทร บุญค้ำ (อ. หนึ่ง) Management Consultant & Coach

อ. กมลภัทร (อ. หนึ่ง) เป็นนักบริหารผู้หนึ่งที่คลุกคลีกับวงการอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก ทั้งในการบริหารบริษัทและการทำงานวิชาการที่เกี่ยวข้องตลอดมา ด้วยการเป็นผู้ที่คลุกคลีกับการบุกเบิกธุรกิจใหม่ ทำให้ อ. กมลภัทร เป็นผู้เชี่ยวชาญในการวางระบบและบริหารกิจการในภาพรวม

นอกจากนี้ อ. กมลภัทรยังทำงานในสายวิชาการด้วยการเป็นทั้งอาจารย์ วิทยากร นักเขียนและนักแปลจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ผู้รับคำปรึกษาหรือเข้าอบรมกับอ. กมลภัทรจะได้รับรู้ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคมในภาพรวมที่เกี่ยวเนื่องและโยงใยกันต่อเนื่อง อ. กมลภัทรมุ่งเน้นให้ผู้รับคำปรึกษา/ผู้เข้าอบรมได้เข้าใจสภาพที่เป็นจริงของระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ

แม้แต่การบรรยายเรื่องทัศนคติและการคิด อ. กมลภัทรก็มุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจตัวตนของตัวเองเป็นสำคัญ เพื่อที่จะสามารถพัฒนาตัวเองและองค์กรได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่มุ่งเสนอแนวคิดสำเร็จรูปที่อาจใช้ได้ผลหรือไม่ก็ได้กับคนหนึ่งๆ หรือองค์กรหนึ่งๆ

ความเชื่อในเรื่องภาพรวม (Holistic/Systems) อ. กมลภัทร เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มุ่งเน้นเรื่องการวิเคราะห์และเข้าใจสถานการณ์ในแบบภาพรวมซึ่งประยุกต์มาจากแนวคิดพุทธศาสนา แต่ก็สอดคล้องกับแนวคิดของนักคิดระดับโลกอย่าง Peter Senge (เจ้าของแนวคิด Learning Organization) และยังเป็นผู้รณรงค์ให้คนไทยเข้าใจแนวคิดนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย (เช่น Twitter) อีกด้วย

อ. กมลภัทร เชื่อว่าการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจและสร้างแรงจูงใจ ด้วยหลักการภาพรวมนี้จะทำให้คนเข้าใจ และเข้าถึงสิ่งที่นำเสนอมากขึ้น และจะทำให้เกิดผลบวกต่อการทำงานเป็นทีมและการพัฒนาองค์กรอย่างแท้จริง มากกว่าแค่การอบรมเพียงการให้ความรู้หรือสร้างแรงจูงใจเพียงมุมเดียวอีกด้วย

ความสนใจต่อธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SME) อ. กมลภัทร ให้ความสำคัญกับธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SME) มาก ด้วยความเชื่อในระบบเศรษฐกิจแบบสมดุล (Dual track) และการพัฒนาธุรกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อประกอบกับแนวทางการให้คำปรึกษาและอบรมด้วย “ภาพรวม” แล้วจะช่วยสร้างธุรกิจและชุมชนที่มีความมั่นคงให้เกิดขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวไทยต่อไป ถือเป็นการนำเอาความรู้ความสามารถ ความสนใจเรื่องธุรกิจ และความใส่ใจในสังคมเข้ามาผสานเป็นหนึ่งเดียวกันของ อ. กมลภัทรได้ลงตัวเป็นอย่างดี

Wednesday, July 22, 2009

รูปแบบของการบรรยาย ปรึกษา และโค้ช






เพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมสำหรับทุกท่านเกี่ยวกับรูปแบบของแต่ละงานที่ผมทำอยู่ และความแตกต่าง กับความเหมาะสมกับองค์กรของคุณ



รูปแบบงานบรรยาย ที่ปรึกษา และโค้ช

1. การบรรยายเต็มรูปแบบ ทำการเทรนหรืออบรมด้วยการบรรยายและกิจกรรม ระยะเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง

2. การบรรยายย่อตามหัวข้อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับองค์กรในขณะนั้นๆ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง การบรรยาย 1 ชั่วโมงใช้เมื่อองค์กรต้องการกระตุ้นการทำงานเป็นทีมสร้างขวัญกำลังใจพนักงาน ประสานความขัดแย้ง แก้ปัญหาซึ่งคนในไม่สามารถเป็นผู้พูดเองได้



3. ที่ปรึกษา ดำเนินการในรูปแบบการศึกษาปัญหา สอบถาม พูดคุยกับผู้บริหารและพนักงาน จัดทำรายงานสรุปพร้อมข้อเสนอแนะให้กับบริษัท

4. โค้ช สำหรับพนักงานตำแหน่งบริหารที่ขาดทักษะบางด้านเช่น ด้าน Online marketing หรือด้านการบริหารงานบุคคล ซึ่งหากใช้คนในเป็น mentor หรือพี่เลี้ยงก็อาจจะประสบปัญหาไม่มีเวลาหรือเกิดความกระอักกระอ่วนใจได้ การใช้โค้ชจะช่วยทั้งในเรื่องของการมีเวลา ทักษะ ความรู้และผลบวกด้านความรู้สึก


อ. กมลภัทร
081-640-9307
kamonpat.bk@gmail.com

ประวัติย่อ อ. กมลภัทร บุญค้ำ




ขออนุญาตใช้ที่นี่เป็นที่เก็บลิงค์ประวัติไว้เพื่อให้องค์กรที่ติดต่อมาได้ดูรายละเอียดด้วยเลยนะครับ



ประวัติย่อ

อาจารย์ กมลภัทร บุญค้ำ

ประวัติการศึกษา
ปริญญาตรี พณ.บ. คณะพาณิชย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (การตลาด)
ปริญญาโท MBA มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บริหารธุรกิจ


ประวัติการทำงาน
- ผู้จัดการด้านการบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัทแอดวานซ์ดาต้าเน็ตเวิร์คคอมมูนิเคชัน
- บรรณาธิการที่ปรึกษา บริษัทเออาร์ บิสซิเนส พับลิชชิง จำกัด (ARbP)
- วิทยากรและที่ปรึกษา โครงการ PI Club สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (การใช้ไอทีเพื่อเพิ่มผลผลิต)
- ผู้จัดการด้านการบริหารโครงการ บริษัทสยามทูยู จำกัด
- เจ้าหน้าที่ผลิตภัณฑ์ บริษัท ฟูจิตซึ ซิสเต็ม บิสซิเนส ไทยแลนด์ จำกัด
- เจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท KSC Internet จำกัด

ประวัติงานเขียน/แปล
- ผลงานแปลพ็อกเก็ตบุ๊ค การตลาดสุดขั้ว (Your marketing sucks)
- ผลงานแปลพ็อคเก็ตบุ๊ค Wikinomics
- ผลงานเขียนพ็อคเก็ตบุ๊ค The Leadership
-ผลงานเขียน Cover story หนังสือ Business.com ในเครือ AR publishing
- คอลัมนิสต์และผลงานเขียนบทความ ในหนังสือ ComMart, eWeek, eLeader, eEnterprise, Mobile mag, Phone mage, First mobile, ฯลฯ

ประสบการณ์งานวิทยากร
- วิทยากรสู้วิกฤติด้วยความมุ่งมั่น สำหรับธุรกิจ SME
- วิทยากรการบริหารองค์ความรู้แบบองค์รวม (Heuristic approach on KM) คณะอาจารย์ราชภัฏนครศรีธรรมราช คณะบริหารธุรกิจ
- วิทยากร ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
- วิทยากรเส้นทางสู่สุดยอดนักขาย สำหรับธุรกิจ SME
- วิทยากรโครงการ ด้านการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) โครงการ PI club สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
- อาจารย์ด้านการตลาด การพยากรณ์ยอดขาย / การบริหารช่องทางจัดจำหน่าย มหาวิทยาลัยศรีปทุม


อ. กมลภัทร
081-640-9307
kamonpat.bk@gmail.com